Apple Watch Series 5
Donuts

รีวิว Apple Watch Series 5 ตอนนี้ยังน่าใช้อยู่ไหม มีอะไรใหม่บ้าง

ตอบข้อสงสัย กินโดนัทอ้วนไหม แล้วกินอย่างไรไม่ให้อ้วน

หุ้น Electronic Arts (EA) หนึ่งในสามผู้พัฒนา Content เกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Dark Light

Apple Watch Series 5 มาพร้อมกับฟีเจอร์ Always On ตอนที่หน้าจอนาฬิกาจะติดตลอดเวลา นอกจากนี้แล้วยังมีอะไรที่น่าสนใจในรุ่นนี้อีกบ้าง ไปดูกันเลย

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมารีวิวนาฬิกา Apple Watch Series 5 กันนะครับ นี่เป็น Generation ล่าสุดของ Apple Watch อัพเดทมาจาก Series 4 ขึ้นมาเล็กน้อย แต่ว่าก็เป็นอัพเกรดที่น่าสนใจ เดี๋ยวเราจะมาดูรีวิวกันไปทีละนิด

ดูภายนอกรูปร่างหน้าตาก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับ Series 4 สักเท่าไหร่นะครับ ยังคงมี 2 ขนาดให้เลือกเหมือนเดิมซึ่งก็คือ 40 แล้วก็ 44 มิลลิเมตรครับ ตัวสายสามารถที่จะใช้ของเก่าได้นะครับ เพราะฉะนั้นใครที่มีสายเดิมอยู่ ก็เอามาสวมใช้ด้วยกันได้หมดเลยครับ

มีตัวเรือนให้เลือกเพิ่มขึ้นมานะครับก็คือ Titanium ครับ น้ำหนักที่เบากว่า aluminium แล้วก็สแตนเลสทำให้ Apple Watch Series 5 มีตัวเตือนให้เลือกทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน ซึ่งก็คือ ไทเทเนียม อลูมิเนียมส แตนเลสเซรามิค ถ้าชอบแบบไหนก็เลือกตัวเรือนที่ชอบได้เลยครับ แล้วก็แน่นอนครับ มี Nike แล้วก็มี Hermes ด้วยนะครับ สำหรับส่วนตัวผมแล้ว ชอบวัสดุที่เป็นไทเทเนียม เพราะว่ารู้สึกว่ามันมีความหรูหราพรีเมี่ยมแข็งแรงแล้วก็สวยมากเลยครับ

ความแตกต่างระหว่าง Apple Watch Series 5 ที่มีเพิ่มขึ้นมาจาก Series 4 นะครับ มีอยู่กันทั้งหมด 4 อย่างด้วยกันครับ

Apple Watch Series 5

ราคา Apple Watch Series 5

เว็บไซต์โปรโมชั่นราคา (THB)
LazadaApple Watch Series 5 GPS9,999
Shopee[ใส่โค้ด SBSELAPL ลดสูงสุด 3,000] Apple Watch Series 5 GPS12,990
PowerbuyAPPLE Watch Series 6 GPS (40mm, Space Gray Aluminum Case, Black Sport Band)12,990
King Powerนาฬิกา Apple Watch Series 6 (GPS) Blue Aluminum Case with Deep Navy Sport Band(40mm)13,400
Central Online ShoppingAPPLE Watch Series 5 GPS (40mm, Space Gray Aluminum Case, Black Sport Band)N/A
APPLE WATCH SERIES 5 GPS 44MM SILVER ALUMINIUM CASE WITH WHITE SPORT BAND.(ประกันศูนย์1ปี)(มือ1))12,780
ตารางเปรียบเทียบราคา นาฬิกา Apple Watch Series 5 อัพเดทล่าสุด

1. ฟีเจอร์ Always On หน้าจอติดตลอดเวลา

อย่างแรกนะครับ ก็คืออัพเกรดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในซีรีย์นี้แล้ว ก็คือฟีเจอร์ Always On ที่หน้าจอติดตลอดเวลานะครับ ใครที่ใช้ Apple Watch จะรู้ความเจ็บปวดได้ดีเลยครับ ว่าเมื่อหน้าจอมันไม่ติดตลอดเวลา ต่อให้บอกว่าเวลาที่เราหันข้อมือมาติดเอง หลายๆสถานการณ์มันไม่ติดนะครับ ทำให้รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากเพราะว่าไม่สามารถที่จะมองเวลาที่อยู่บนหน้าจอได้ ซีรีส์นี้ก็เลยมีการแก้ปัญหาเข้ามาครับ ด้วยการใช้ฟีเจอร์ Always On อธิบายทางเทคนิคนิดนึงนะครับ

หน้าจอของนาฬิกา Apple Watch Series 4 แล้วก็ Series 5 เป็นหน้าจอ OLED ที่ใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกันครับ ซึ่งก็คือ LTPO หรือว่า Low-Temperature Polycrystalline Oxid [1] ครับ แต่ว่าใน Series 5 นี้ มีการเพิ่มชิปควบคุมอัตราการ Refresh หน้าจอเข้ามา ทำให้ใน Series 5 สามารถที่จะ Drop อัตรา Refresh ลงได้นั่นเองครับ จากเดิม 60 Hz เหลือ 1Hz

เมื่อหน้าจอไม่ต้องคอยกระพริบถี่ๆ ก็สามารถที่จะประหยัดแบต แล้วก็ทำให้หน้าจอ Always On ได้ทำให้ Dim แสงหน้าจอลงมา แล้วก็ยังมี Content ต่างๆ บนหน้าจอปรากฏให้เราเห็นอยู่ได้ตลอดเวลาคครับ นี่ก็คือการทำงานของหน้าจอ Apple Watch Series 5 นะครับ เพื่อให้เห็นว่ามัน Drop Refresh ลงมาจริง ตอนนี้เราจะมาดูที่ Watch Face ที่มีวินาทีอยู่ด้วยเพราะเข้าสู่ Always On ตัวเลขวินาทีจะหายไปครับ

ฟีเจอร์ Always On นี้ ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนเล็กน้อย แต่ว่าใช้งานจริงๆ มีประโยชน์มากครับเพราะว่าเวลาที่เราสวม Apple Watch ที่ข้อมือ มีหลายครั้งมากที่เราอยากจะดูเวลาแต่เราไม่สามารถที่จะยกนาฬิกามาดูตรงๆได้ ยกตัวอย่างเช่น เราอาจจะนั่งคุยกับใครสักคนนึงอยู่ หรือว่าอยู่ในห้องประชุม ก็ไม่ควรจะยกแขนขึ้นมาดูเวลา แบบนี้มันไม่สุภาพใช่ไหมครับ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ก่อนหน้านี้ก็พยายามที่จะดูเวลาด้วยการขยับเข้ามานิดนึง แต่มันไม่ติด เพราะฉะนั้นก็จะไม่สามารถดูได้ แต่ปัญหาเรื่องนี้หมดไปแล้ว เพราะว่าตอนนี้หน้าจอติดตลอดเวลาแล้วก็ข้อดีของ Always On ของ Apple Watch แล้วก็คือว่าหน้าจอที่มัน Dim แสงลงไปแล้วแต่มันยังเป็นสีอยู่นะครับ รุ่นอื่นๆไม่มีก็จะกลายเป็นขาวดำ แต่ Apple Watch สามารถทำสีในแบบที่ Dim ได้ครับ

แต่ถ้าถามว่า Always On มีผลต่อแบตเตอรี่ไหม ก็ต้องตอบว่ามีแน่นอนครับ เปลืองแบตเตอรี่มากกว่าเดิม แต่ว่าในท้ายที่สุดแล้ว มันก็จะยังสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวันนะครับ

อีกเรื่องนึงที่เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ที่จะต้องพูดถึง เวลาที่พูดถึงฟีเจอร์ Always On เมื่อนาฬิกาของเรามีหน้าจอที่ติดอยู่ตลอดเวลา มันก็มีความเสี่ยงจริงไหมครับ ที่คนอื่นข้างๆ รอบตัวเราจะเหลือบสายตามอง แล้วก็เห็นข้อมูลต่างๆ ที่อยู่บนหน้าจอของเราได้เรื่องนี้ Apple เขาคิดมาไว้เรียบร้อยแล้วครับ เราสามารถที่จะเข้าไปเปลี่ยนเมนูได้นะครับ ให้ซ่อนข้อมูลที่เป็นข้อมูล Sensitive หรือว่าให้ Hide Sensitive Information ข้อมูลพวกนี้มีอะไรบ้าง อย่างเช่น ตารางการนัดหมายวันปฏิทินต่างๆ อัตราการเต้นของหัวใจ เรากดปุ๊บทีเดียว ข้อมูลพวกนี้จะถูกซ่อนไว้หมดเลยครับ

เมื่อไหร่ก็ตามที่นาฬิกาของเราเริ่มดินหน้าจอเข้าสู่โหมด Always On ข้อมูลต่างๆเหล่านี้จะถูกซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด ไม่มีใครมองเห็นแน่นอน เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องกลัวนะครับ ว่าจะมีใครแอบมาล้วงความลับมาเห็นอะไรที่ไม่ควรจะเห็นบนหน้าจอนาฬิกาเรา เพราะว่ามันปิดไว้หมดเกลี้ยงทุกอย่างแล้ว

2. เข็มทิศนำทาง ฟีเจอร์นี้เหมาะสำหรับใคร

อัพเดทที่สอง ก็คือ Compass หรือว่าเข็มทิศนำทางจะชี้ไปทางทิศเหนือเสมอนะครับ ฟีเจอร์นี้เหมาะสำหรับใคร? เหมาะกับคนที่ต้องดูทิศตลอดเวลา อย่างเช่นเวลาจะไปปีนเขา ไปไต่เขา ไปเดินเขา ออกไปข้างนอก หรือว่าใช้คู่กับนำทางต่างๆ ที่ต้องการที่จะรู้นะครับ หรือว่าอีกอย่างนึงเวลาจะไปซื้อบ้านใหม่ไปดูทำเล แต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ย อันนี้ก็น่าจะมีประโยชน์นะครับ ก็จะได้รู้ว่าเราจะสามารถดูทิศได้ตลอดเวลาบนนาฬิกา Apple Watch Series 5 นี้แหละครับ

และของใหม่อีกอย่างนึงนะครับ ก็คือในรุ่น Cellular มีสัญญาณที่กว้างขึ้นครับ ทำให้สามารถที่จะรองรับสัญญาณ International Emergency Calling ได้แล้วครับ เวลาเราไปต่างประเทศ หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการที่จะขอความช่วยเหลือ เพียงแค่เรากดปุ่ม SOS มันก็จะโทรออกไปตามเบอร์ของแต่ละประเทศโดยอัตโนมัติ มันจะปรับไปตามที่เราอยู่ทำให้เราขอความช่วยเหลือได้สะดวกรวดเร็วทันใจครับ ตอนนี้รองรับมากกว่า 100 ประเทศแล้วนะครับ

3. ฟีเจอร์ระบบช่วยจำรอบเดือนสำหรับคุณผู้หญิง

มีอีกอย่างสองอย่างที่อยากจะเพิ่มเข้าไปนะครับ แต่อันที่จริงเป็นความสามารถที่มาพร้อมกันกับ OS6 ครับ ซึ่งก็จริงๆก็คือระบบปฏิบัติการที่มาพร้อมกับ Apple Watch Series 5 นี้นะครับแต่ว่าก็สามารถที่จะอัพเดทได้ในซีรีย์ก่อนหน้า ก็คือสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นผู้หญิง ตอนนี้มีฟีเจอร์สำหรับใช้ในการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับรอบเดือนในแต่ละเดือนเอาไว้แล้ว

4. ระบบช่วยวัดระดับเสียงภายนอกและหูฟังของเรา

อีกฟีเจอร์หนึ่ง ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นนี้แล้ว ก็คือ Assistance ที่จะช่วยวัดเสียงรอบๆตัวเราให้ครับ มันจะคอยบอกเลยว่าตอนนี้ที่ๆเราอยู่เสียงดังเกินไปหรือเปล่า ถ้าหากว่าเสียงทุกอย่างกำลังโอเค ก็จะเป็นสีเขียว แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่วัดค่าเดซิเบลแล้ว เสียงดังเกินไปมันก็จะเปลี่ยนสี แล้วก็จะสั่นสะเทือนที่ข้อมือให้เรารู้ตัวว่า ตอนนี้คุณอยู่ในที่เสียงดังเกินไปแล้ว เพราะฉะนั้นเราอาจจะเลือกได้นะคะว่าเราจะอุดหูดีไหม เราจะปิดเพลงที่เรากำลังฟังอยู่หรือเปล่า หรือว่าเราจะเดินออกไปข้างนอก แล้วค่อยกลับเข้ามาใหม่ ก็จะเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องอยู่ในที่เสียงดังบ่อยนะครับ หรือคนที่ฟังเพลงกับหูฟังก็ได้เหมือนกันนะครับ มันก็สามารถที่จะจับได้เหมือนกันว่าตอนนี้เพลงที่อยู่ในหูฟังของเราเสียงดังเกินไปหรือเปล่า ถ้าดังเกินไปก็เตือนได้เหมือนกันครับ

Apple Watch Series 5 ราคาเริ่มขายในไทยในวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคมครับ เปิดราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 13,400 บาท และจะมีของที่ใหม่มากก็คือ Apple Watch Studio คือก่อนหน้านี้เวลาที่เราจะซื้อ Apple Watch เราก็จะต้องซื้อตามตัวเรือนตามรุ่นตามสีตามสายที่ Apple ขายมาให้ ถ้าหากว่าเราอยากได้ตัวเรือนแบบนึงแต่ว่า Apple ไม่ได้ทำสายในแบบที่เราอยากได้มาคู่กันด้วย เราก็ต้องเลือกซื้อแยกกันใช่ไหมครับ ไปซื้อตัวเรือนที่มาพร้อมกับสายที่เราไม่อยากได้ แล้วก็ค่อยมาซื้อสายเพิ่มอีกทีนึงว่า แต่ว่าตอนนี้ไม่ต้องแล้วครับ เพราะว่า Apple Watch Studio เราสามารถที่จะ Mix and Match เอามารวมกันได้เองตามใจชอบเลยครับ เลือกตัวเรือนแบบนี้ เลือกสีแบบนี้ เราก็เลือกสายแบบนี้ เอามารวมเข้าด้วยกัน แล้วก็ซื้อมาเป็นนาฬิกาที่เราจะอยากใส่ตั้งแต่วันแรกเลยครับ จะมีอยู่ที่ App Store นะครับแล้วก็ Online Store เข้าไปเลือกได้ตามใจชอบเลยครับ

Apple Watch ก็ยังคงเป็น Smart Watch ที่เหมาะที่สุดสำหรับคนที่ใช้ iPhone ในแบบที่ยังไม่มีคู่แข่งนะครับ ถึงแม้ว่า Series 5 จะอัพเกรดขึ้นมาจาก Series 4 แค่นิดเดียวก็ตาม จึงไม่ควรจะเรียกว่าเป็น Series 5 ด้วยซ้ำครับ ควรจะตั้งชื่อว่ามันเป็น Series 4 มากกว่านะครับ นี่ก็คือรีวิวของ Apple Watch Series 5 พบกันใหม่ครั้งหน้า สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Apple Store ทั้งสาขาที่อยู่ในประเทศไทย และ Online Store นะครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Posts
Fitbit Charge 4

คู่มือคนซื้อของขวัญให้ตัวเอง Fitbit Charge 4 เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับแฟนออกกำลังกาย

Fitbit Charge 4 เครื่องติดตามราคาดีนี้เต็มไปด้วยคุณสมบัติทำให้เป็นของขวัญให้กับตัวคุณเองและคนที่คุณอยากให้เขาเริ่มออกกำลังกาย
Microsoft 365

ความแตกต่างระหว่าง Office 2019 และ Office 365

เปรียบเทียบการเลือกซื้อ Office 2019 แบบจ่ายครั้งเดียว หรือเลือกที่จะสมัครสมาชิกแบบรายปีเพื่อใช้งาน Office 365 หรือที่เรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า Microsoft 365
Oppo Reno5 5G

รีวิว OPPO Reno 5 Series 5G สมาร์ทโฟนดีไซน์สวย ในราคาหมื่นต้นๆ

เปิดตัว OPPO Reno5 Series 5G จะมาพร้อมกับ Dual-view Video ที่สามารถถ่ายกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกันได้ในคลิกเดียว
Smartphone

จัดอันดับโทรศัพท์มือถือ ปี 2021: ถูกและดี สเปคเทพ ในราคาที่จับต้องได้

บทความนี้ได้รวบรวม Android Smartphone และ iPhones รุ่นต่างๆ รวมไปถึงโทรศัทพ์จากค่ายแบรนด์ดัง โดยมีเป้าหมายหลักก็คือ มันต้อง "ราคาถูก" และสเปคคือต้อง "ดี" จริงๆ